บทที่ 11 คิดบัญชีเมีย

พิชญากลับถึงบ้านเกือบสองทุ่ม หลังฝืนทำงานต่อจนเลิกช้ากว่าพนักงานคนอื่นเล็กน้อย ทั้งที่ความจริงงานของเธอเสร็จตั้งแต่เย็นแล้ว แต่หญิงสาวตั้งใจถ่วงเวลา เพราะยังไม่อยากกลับมาเจอหน้าคนที่ทิ้งคำพูดแสนร้ายกาจไว้ในห้องทำงาน

ตลอดทางกลับบ้าน เธอบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าเรื่องเมื่อบ่ายไม่มีอะไรสำคัญ มันเป็นเพียงจูบหนึ่งครั้ง และสิ่งที่เธอทำลงไปก็เกิดจากความสับสนชั่ววูบเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าเธอยังรู้สึกดีกับอชิระ ไม่ได้หมายความว่าหัวใจที่เคยเต้นแรงตั้งแต่วันแรกพบกำลังทรยศเจ้าของอีกครั้ง

ทันทีที่ประตูบ้านเปิด แม่บ้านก็เดินเข้ามารับกระเป๋า “คุณพิชญาจะรับอาหารเย็นเลยไหมคะ”

“ยังดีกว่าค่ะ วันนี้เหนื่อยนิดหน่อย ฉันขอขึ้นไปอาบน้ำก่อน”

“คุณอชิระรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นค่ะ”

ฝีเท้าของหญิงสาวชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนกลับมาเป็นปกติ “เขาหิวก็ให้เขากินก่อนได้เลยค่ะ ไม่ต้องรอฉัน”

เธอพูดเหมือนไม่ใส่ใจแล้วเดินขึ้นบันได แต่ยังไม่ทันพ้นขั้นที่สาม เสียงทุ้มจากด้านหลังก็ดังขึ้น

“ผมไม่ได้รอกินข้าว”

พิชญาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนหันกลับมา อชิระยืนพิงกรอบประตูห้องนั่งเล่น เสื้อสูทถูกถอดออกแล้ว เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอก สายตาของเขานิ่งเกินไปจนเธอรู้ทันทีว่าเรื่องเมื่อตอนบ่ายยังไม่จบ

“งั้นก็ดีค่ะ ฉันจะขึ้นห้อง”

“ลงมา”

“ฉันเหนื่อยค่ะ”

“พิชญา!”

น้ำเสียงเพียงคำเดียวทำให้หญิงสาวหยุด เธอหันกลับมามองอย่างรำคาญ “มีอะไรก็พูดมาค่ะ ฉันยืนฟังตรงนี้ได้”

“ผมไม่ชอบตะโกนคุยกับเมียกลางบ้าน”

คำว่า เมีย ถูกเน้นอย่างจงใจ พิชญากัดฟัน ก่อนเดินลงมาอย่างเสียไม่ได้ “พอใจหรือยังคะ”

อชิระปรายตามองแม่บ้านที่ยืนอยู่ไม่ไกล อีกฝ่ายรู้หน้าที่ รีบพาคนอื่นแยกย้ายออกไปทันที เมื่อในห้องโถงเหลือเพียงคนสองคน ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหาอย่างไม่เร่งรีบ

“เรื่องเมื่อบ่าย”

“ฉันลืมไปแล้วค่ะ”

“แต่ผมยังไม่ ”

พิชญาหัวเราะเบา ๆ “แค่จูบเองนี่คะ คุณอชิระ อย่าบอกนะว่าผู้ชายอย่างคุณเก็บมาคิดตั้งหลายชั่วโมง”

มุมปากของอชิระกระตุก “ยังปากดีต่อได้นะ”

“ฉันก็พูดเรื่องจริง”

“ไม่รู้สึกอะไรเลยว่างั้น?”

“ค่ะ”

“แน่ใจหรือ?”

เขาขยับเข้ามาอีกหนึ่งก้าว พิชญารู้ตัวว่ากำลังถูกต้อน แต่กลับยืนเชิดหน้าไม่ยอมถอย “แน่ใจมากค่ะ”

“ตอนบ่ายใครเป็นคนจูบตอบผม”

คำถามนั้นทำให้แก้มเธอร้อนขึ้นทันที แต่หญิงสาวยังฝืนยิ้ม “ปฏิกิริยาตามธรรมชาติค่ะ อย่าหลงตัวเอง”

“ตามธรรมชาติ?”

“ใช่ค่ะ ผู้หญิงเรียนเมืองนอกอย่างฉันไม่ได้คิดว่าจูบหนึ่งครั้งต้องหมายถึงความรักหรือรู้สึกไรด้วยเสมอไปค่ะ”

ใบหน้าของชายหนุ่มเย็นลงกว่าเดิม ความจริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโกรธอะไรนักหนา อาจเพราะเธอทำราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่มีความหมาย หรืออาจเพราะเพียงคิดว่าเธอเคยพูดประโยคเดียวกันกับผู้ชายคนอื่นมาก่อน ความหงุดหงิดก็แล่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“แล้วเคยทำแบบนั้นกับกี่คนแล้ว”

พิชญาชะงัก ก่อนแววตาจะแข็งขึ้น “ไม่เกี่ยวกับคุณ”

“ผมเป็นสามีคุณ”

“ก็แค่สามีตามสัญญา!”

เธอเน้นทุกคำ อชิระขบกรามแน่นก่อนคว้าข้อมือเธอเอาไว้ พิชญาสะบัดทันที “ปล่อยนะ!”

“ตอบมาว่ากี่คนที่คุณเคยจูบ”

“ทำไมฉันต้องตอบละ”

“ผมไม่ชอบให้เมียตัวเองจูบกับผู้ชายคนอื่น”

“ฉันยังไม่ได้พูดถึงใครเลย มีแต่คุณนั่นแหละที่ถาม และฉันจะจูบกับใคร หรือผ่านมากี่คน นั่นมันคืออดีต!”

หญิงสาวออกแรงดึงมือกลับ จนจังหวะหนึ่งเสียหลักไปด้านหลัง อชิระคว้าเอวไว้ได้ทัน ร่างของเธอจึงกระแทกเข้ากับอกกว้างแทนที่จะล้มลงพื้น ความใกล้ชิดกะทันหันทำให้ทั้งสองหยุดไปพร้อมกัน

พิชญาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสบกับคนตรงหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ปล่อยค่ะ” คราวนี้เสียงเบาลงกว่าก่อนหน้า

อชิระไม่ได้ปล่อยในทันที มือใหญ่ยังประคองอยู่ตรงเอว แต่เมื่อเห็นเธอขมวดคิ้ว เขาจึงคลายแรงลง ทว่าพิชญากลับยังไม่ถอยออกไปทันทีเช่นกัน ความเงียบระหว่างทั้งคู่ยิ่งทำให้เสียงหัวใจชัดเจนขึ้น

อชิระก้มลงเล็กน้อย “ไหนบอกว่าไม่รู้สึกอะไรไงครับคุณภรรยา”

พิชญาได้สติ รีบผลักเขาออก “ก็ไม่ได้รู้สึกนี่คะ!”

“หน้าแดงทำไมละ หูก็แดง”

“เพราะโมโหคุณค่ะ”

“งั้นพิสูจน์สิ”

“พิสูจน์อะไรคะ”

เขายังไม่ทันตอบ พิชญาก็รู้ว่าตัวเองเสียท่า เพราะรอยยิ้มที่มุมปากชายหนุ่มปรากฏขึ้นอย่างคนเพิ่งจับจุดอ่อนได้

“อย่าคิดนะว่าฉันจะ”

อชิระโน้มลงมาอีกครั้ง แต่คราวนี้หยุดห่างเพียงเล็กน้อย ไม่ได้แตะต้องเธอ สายตาคมมองตรงเข้ามาเหมือนกำลังท้าทาย

“ถ้าไม่รู้สึก ก็ถอยสิ”

พิชญาควรจะถอย ควรผลักเขาแล้วเดินขึ้นห้อง แต่ความดื้อรั้นกลับทำให้เธอยืนนิ่ง ก่อนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายถอย”

ประโยคนั้นเพียงพอแล้ว

คราวนี้ริมฝีปากทั้งสองแตะกันด้วยแรงปรารถนาที่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นฝ่ายเริ่ม พิชญายกมือดันอกเขาไว้ในตอนแรก แต่ไม่ได้ผลักออก อชิระจึงค่อย ๆ โอบเอวเธอเข้ามาใกล้ขึ้น จูบที่เริ่มต้นจากการเอาชนะกลับค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ร้อนแรงเกินกว่าจะเรียกว่าเกม เมื่อพิชญาเผลอกำเสื้อเขาแน่น อชิระกลับเป็นฝ่ายหยุดก่อน ชายหนุ่มผละออก ดวงตายังจับอยู่บนใบหน้าที่แดงระเรื่อ “คราวนี้ก็ปฏิกิริยาตามธรรมชาติอีกหรือ”

พิชญารู้สึกเหมือนถูกกระตุกกลับสู่ความจริง เธอผลักเขาเต็มแรงแล้วถอยออก “ใช่ค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป